ความแตกต่างระหว่าง “ส้วมหิน” กับ “ฐานโยนี”หรือ ฐานโยนีโทรณะ(ฐานศิวลึงค์)

-

ความแตกต่างระหว่าง “ส้วมหิน” กับ “ฐานโยนี”หรือ ฐานโยนีโทรณะ(ฐานศิวลึงค์)

บทความโดย อ.เกื้อพงษ์ ชัยดรุณ

ความสับสนที่ยังมีการถกเถียงกันของแผ่นหินที่มีรูกลมเป็นปล่องอยู่ตรงกลางและมีร่องรูปยาวรีไปทางตอนปลายของแผ่นหิน บ้างก็ว่าเป็นฐานโยนี บ้างก็ว่าเป็นฐานส้วมพระในสมัยโบราณ ซึ่งแผ่นหินที่ว่านี้ ขุดพบได้ตามวัดร้างต่างๆหลายแห่งในเมืองพะเยาโดยเฉพาะกลุ่มวัดอรัญวาสี จึงทำให้เกิดแนวความคิดหรือความเข้าใจว่า เมืองพะเยาคงได้รับอิทธิพลทางศาสนาฮินดูมาก่อนที่จะรับศาสนาพุทธภายหลัง และชาวพะเยาในอดีตคงมีการเคารพสักการะบูชาศิวลึงค์ เพราะมีการพบร่องรอยหลักฐานเป็นฐานศิวลึงค์หรือฐานโยนี

1. ฐานศิวลึงค์

อย่างไรก็ตามจากการศึกษาและพิจารณาตามข้อเท็จจริงพบว่า ทั้งสองสิ่งมีความแตกต่างกันคือ ฐานโยนีจะมีการขูดเป็นร่องลึกรอบแท่งศิวลึงค์ซึ่งตั้งอยู่ตรงกลาง และร่องนี้เป็นร่องสำหรับรับน้ำมนต์ เพราะเวลารดน้ำมนต์ลงมา น้ำมนต์จะไหลไปตามร่องและออกมาทางร่องด้านหน้าเพื่อให้คนได้รอรับน้ำมนต์อยู่ข้างล่าง ส่วนฐานส้วมหินแม้ว่าจะมีความคล้ายคลึงกับฐานโยนีอยู่บ้างคือ มีการเจาะรูกลมอยู่ตรงกลางคล้ายกับรูสำหรับให้ปักแท่งศิวลึงค์ แต่ความแตกต่างที่เห็นชัดคือ ฐานส้วมหินจะมีร่องน้ำยื่นออกไปเฉพาะด้านหน้าและฐานโยนีจะไม่มีแผ่นรองรับเท้าสองข้างสำหรับนั่งยองๆเหมือนกับฐานส้วมหิน

2. แผ่นส้วมหินที่พบในเมืองสุโขทัย มีรูปรอยเท้าประทับอยู่ 2 ตำแหน่งหน้า-หลัง


“ส้วมหิน” หรือที่พระสงฆ์เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ” เวจกุฎี” เป็นส้วมหินที่ใช้สำหรับพระภิกษุสงฆ์เท่านั้น ในพระธรรมวินัยได้กำหนดเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจนว่า พระสงฆ์จะต้องมีที่ขับถ่ายโดยเฉพาะ และมีลักษณะเป็นหลุมถ่ายก่อด้วยอิฐหรือหินหรือไม้กรุไว้เพื่อไม่ให้ขอบหลุมพัง และมีแผ่นไม้หรือแผ่นหินเจาะรูกลมอยู่ตรงกลางไว้สำหรับนั่งถ่ายอุจจาระ ส่วนร่องด้านหน้าสำหรับถ่ายปัจสาวะโดยจะแยกออกจากกัน การที่พระสงฆ์ต้องนั่งขับถ่ายนั้นถือเป็นกุศโลบายเพื่อให้พระสงฆ์หลีกเลี่ยงการใช้มือจับองคชาต ซึ่งเท่ากับเป็นการข่มหรือตัดปัญหาในเรื่องกามกำหนัดไปโดยปริยาย ดังนั้นการนั่งถ่ายปัจสาวะจึงเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้ในพระธรรมวินัยและเป็นเหตุผลสำคัญสำหรับการสร้างส้วมหินขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวและสัญลักษณ์ที่แกะสลักเป็นรูปรอยเท้าบนแผ่นหินนั้นเป็นหลักฐานประจักษ์ชัดแจ้งว่า แผ่นหินที่เจาะรูกลมอยู่ตรงกลางและมีร่องน้ำอยู่ด้านหน้า ซึ่งขุดพบได้ในวัดร้างเมืองพะเยา แท้จริงคือ “ส้วมหิน” หาใช่ “ฐานโยนี”หรือฐานศิวลึงค์ไม่

ข้อมูลอ้างอิง บทความ”โยนี”คือ “ส้วมหิน” ไมเคิล ไรท์,หนังสือศิลปวัฒนธรรม
ข้อมูลภาพ : 1. ฐานศิวลึงค์
2. แผ่นส้วมหินที่พบในเมืองสุโขทัย มีรูปรอยเท้าประทับอยู่ 2 ตำแหน่งหน้า-หลัง
3. แผ่นส้วมหินที่พบในเมืองพะเยา มีรูปรอยเท้าประทับอยู่ ปัจจุบันแผ่นส้วมหินนี้จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์เวียงพยาว(วัดลี) อ.เมือง จ.พะเยา
4. แผ่นส้วมหินอีกรูปแบบหนึ่งลักษณะเรียวยาวที่พบในเมืองพะเยาแต่ไม่มีรูปรอยเท้าประทับ ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์เวียงพยาว(วัดลี) อ.เมือง จ.พะเยา

เรื่องน่าสนใจ