หน้าแรกตระเวนข่าวชุมชนตำรวจเชียงคำกับการพัฒนาศักยภาพสู่การอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน

ตำรวจเชียงคำกับการพัฒนาศักยภาพสู่การอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน

อุดมศักดิ์ ปินะดวง รายงาน/พะเยาทีวี

-

หลายครั้งที่ทุกคนจะเห็นข่าวต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับตำรวจในเรื่องราวหลายรูปแบบทั้งการทำงานที่ดีและการทำงานที่ไม่โปร่งใส หลายครั้งที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานในด้านดีบ้างในด้านลบบ้าง แต่ตำรวจก็ไม่เคยย่อท้อต่อเสียงนินทาหรือคำครหานั้น ๆ มากไปกว่าการทำงานที่ทุ่มเทเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเต็มที่ ซึ่งที่ สภ.เชียงคำ จ.พะเยา เป็นอีก 1 สถานีตำรวจที่จะพบเห็นการทำงานหลากหลายรูปแบบ โดยส่วนใหญ่นโยบายต่าง ๆ ที่ส่งมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นจะถูกกลั่นกรองจาก หัวหน้าสถานีถึงกำลังพลผู้ปฏิบัติงานจริง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละวันว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

พ.ต.อ.เฉลิมชาติ ยาวิชัย ผกก.สภ.เชียงคำ เปิดเผยถึงรูปแบบการทำงานและการอยู่ร่วมกับชาวบ้านว่า ทุกวันนี้เวลาตำรวจทำงานนั้นตนจะเน้นย้ำเสมอว่าให้ทำงานเพื่อประชาชนตามนโยบายที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มอบหมายมา ทั้งในเรื่องของการปราบปรามยาเสพติดที่มีให้เห็นเกือบทุกวันและนอกจากนี้การช่วยเหลือชาวบ้านโดยเป็นจิตอาสานั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน เพราะตำรวจก็คือประชาชนคนหนึ่งที่ส่วนใหญ่ต่างเป็นคนในพื้นที่ อ.เชียงคำ จ.พะเยาทั้งสิ้น ซึ่งทุกคนจะต้องอยู่กับชุมชนชาวบ้านให้ได้ ไม่ใช่ว่าตำรวจจะเป็นเจ้าคนนายคนถือยศถือศักดิ์เป็นเรื่องใหญ่ ทั้งนี้ตำรวจที่อยู่ใน สภ.เชียงคำแห่งนี้จะต้องช่วยเหลือและรับใช้ประชาชนอย่างเต็มที่ ถึงแม้บางครั้งจะมีเสียงสะท้อนที่ไม่ดีออกมาบ้างตนเองก็จะคอยควบคุมและปรับการแก้ไขให้ตำรวจสามารถเข้ากันได้กับประชาชนในทุกชนชั้นด้วย เพราะเงินเดือนที่ได้รับนั้นก็มาจากภาษีของประชาชนทั้งสิ้น ซึ่งตนพึงระลึกเสมอว่าประชาชนนั้นต้องมาก่อน นอกจากนี้ศักยภาพในการพัฒนาองค์กรก็เป็นเรื่องสำคัญที่ตนเองได้ใส่ใจอยู่เสมอ ทั้งนี้เมื่อเกิดคดีต่าง ๆ ขึ้นหากเจ้าหน้าทีตำรวจไม่รู้การใช้อุปกรณ์ที่มีมานั้นก็ไม่สามารถที่จะควบคุมสถานการณ์ที่กำลังรุนแรงอยู่ได้ ซึ่งรูปแบบของการศึกษาสิ่งของหรืออุปกรณ์ที่มีมานั้นตนจะให้เจ้าหน้าที่เรียนรู้ด้วยตนเองให้เป็นส่วนใหญ่ พร้อมทั้งเข้าใจถึงธรรมชาติในสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยและที่สำคัญนั้นศาสตร์พระราชาก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ตำรวจ สภ.เชียงคำจะต้องได้ถ่ายทอดให้ชาวบ้านเข้าใจถึงการอยู่อย่างพอเพียงด้วยเช่นกัน

ร.ต.ท.จำเนียร มาไกล รอง สว.(ป)สภ.เชียงคำ กล่าวถึงกิจกรรมของมวลชนสัมพันธ์ว่า ตนเองได้ถูกรับเลือกให้ทำหน้าที่ที่เกี่ยวกับการสร้างความเข้าใจให้กับชาวบ้าน ไม่ว่าจะเรื่องของนโยบายของทางตำรวจหรือแม้กระทั่งของภาครัฐที่มีเข้ามา เพื่อให้ชาวบ้านได้ทราบอย่างแท้จริง เพราะตนมองว่าตำรวจต้องอยู่ใกล้ชิดประชาชนมากขึ้นด้วย และปัจจุบันนี้โลกได้เปลี่ยนไปการทำงานก็ต้องเปลี่ยนไปตามรูปแบบ เพราะตนเองก็ถือว่าเป็นชาวบ้านคนหนึ่งที่ซึ่งจะช่วยเหลือชาวบ้านในยามยากลำบากได้ ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ต่าง ๆ ตำรวจเชียงคำจะพร้อมอยู่เคียงข้างชาวบ้านเสมอไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือการช่วยเหลือในมุมต่าง ๆ ทั้งนี้ถือว่าตำรวจเองก็เป็นกำลังพลที่สำคัญในการพัฒนาขับเคลื่อนให้ทุกส่วนก้าวไปด้วยกัน อีกทั้งในด้านของเรื่องกีฬานั้นเป็นตัวสร้างความผ่อนคลายหลังจากที่ทุกคนตึงเครียดกับงานหรือแม้กระทั่งกับเสียงวิจารณ์ที่ผ่านเข้ามา ด้วยเชื่อว่าทาง ผกก.สภ.เชียงคำ ได้สร้างขวัญและกำลังใจให้กำลังพลได้ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ที่ทุกครั้งและทุกคนจะออกไปพบเจอเหตุการณ์ที่ซึ่งผ่านมาเข้ามาใจรูปแบบต่างๆ ด้วย ทั้งนี้ตนเชื่อว่าตำรวจจะเป็นที่พึงให้กับประชาชนได้ในยามลำบากได้ทุกกรณี หากทุกคนร้องขอมาเท่านั้น ตำรวจพร้อมที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่โดยไม่มีข้อสงสัย ด้วยนโยบายของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นได้เสมอว่า ตำรวจจะต้องช่วยเหลือและเป็นที่พึ่งของประชาชนได้

นางวราลี แก้วเบี่ยง ผู้ใหญ่บ้านห้วยสา ม.14 ต.ร่มเย็น อ.เชียงคำ กล่าวถึงบทบาทที่สำคัญของทางตำรวจ สภ.เชียงคำนี้ว่า ด้วยบ้านห้วยสานั้นเป็นบ้านเล็กที่อยู่ไกลออกมาจากตัว อ.เชียงคำ และยังมีการแพร่ระบาดในเรื่องของยาเสพติด ซึ่งตนเองมักต้องแก้ปัญหาอยู่บ่อยครั้ง กระทั่ง ผกก.สภ.เชียงคำ ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยโดยนำโครงการหมู่บ้านสุขสันปลอดยาเสพติดที่เป็นนโยบายของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้ามาช่วยแล้วทำให้ปัญหาในเรื่องของยาเสพติดลดลงเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีการหางบประมาณมาช่วยเหลือในเรื่องของการติดตั้งกล้องวงจรปิดตามจุดต่าง ๆ ของหมู่บ้านอีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคอยเข้ามาตั้งด่านและแวะเวียนพูดคุยสอบถามกับชาวบ้าน ทั้งนี้ทำให้ตนเองรู้สึกปลื้มใจมากที่ตำรวจสมัยนี้มีบทบาทที่ร่วมกับชาวบ้านมากขึ้นด้วย อีกทั้งการเข้าหานั้นยังง่ายพร้อมที่จะช่วยเหลือชาวบ้านได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ตนคิดว่าตำรวจสามารถเป็นที่พึ่งให้กับชาวบ้านได้อย่างแน่นอน ถึงแม้บางครั้งจะเจอเสียงวิจารณ์ในด้านลบก็ตาม แต่ตนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำพาความสงบมาให้กับทุกชุมชนได้ในทุก ๆ วันนี้

“ผมได้บอกกับกำลังพลเสมอว่า ตำรวจนั้นหากเปรียบเสมือนน้ำมันหนึ่งหยดที่หยดลงน้ำบริสุทธิ์ไปแล้ว ก็เหมือนกับประหนึ่งว่าตำรวจไม่สามารถอยู่ร่วมกับประชาชนได้ ฉะนั้นแล้วหากประชาชนเป็นน้ำ ตำรวจเราก็ต้องเป็นน้ำเพื่อที่จะเข้ากับประชาชนในพื้นที่ได้และธรรมชาติที่ชาวบ้านได้สร้างมานั้นตำรวจเองก็อย่าไปฝืนธรรมชาติ เพราะถ้าฝืนไปแล้วความขัดแย้งก็จะบังเกิดขึ้นและจะทำให้ทุกฝ่ายไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้อีกต่อไป” พ.ต.อ.เฉลิมชาติ กล่าวทิ้งท้าย

Must Read

100 ปี คนจีนในพะเยา: พลวัตทางการเมืองและสังคม : จากงานวิจัยของ สุนทร สุขสราญจิต

File64602ดาวน์โหลด งานวิจัยชิ้นนี้ศึกษาเกี่ยวกับพลวัตทางการเมืองและสังคมของคนไทยเชื้อสายจีนในพะเยา ผ่านการศึกษาเอกสารและการสัมภาษณ์ งานวิจัยค้นพบว่า ตลอด 100 ปีที่ผ่านมา ชีวิตของชาวจีนพะเยาเคลื่อนไหวและต่อรองอยู่ภายใต้กรอบผลกระทบทางการเมือง และการสร้างรัฐ-ชาติของทั้งไทยและจีน ตลอดจนกระแสโลก กล่าวคือ ในช่วงเริ่มต้น เหตุผลที่ชาวจีนต้องเดินทางออกจากแผ่นดินใหญ่ก็เนื่องมาจากปัจจัยทางด้านการเมืองที่เกิดความขัดแย้งระหว่างฝ่ายราชวงศ์ชิงกับฝ่ายปฏิวัติถงเหมิงฮุ่ยและต่อมาในนามฝ่ายก๊กมินตั๋งกับคอมมิวนิสต์ ตลอดจนการรุกรานจากญี่ปุ่น และปัจจัยทางด้านสภาพแวดล้อม/เศรษฐกิจที่เกิดความแห้งแล้ง อดอยาก เมื่อเข้ามาอยู่ในประเทศไทย พวกเขาก็เผชิญกับช่วงเวลาของการสร้างรัฐ-ชาติและชาตินิยม อย่างไรก็ตามเมื่อกระแสโลกหมุนไปในทางทุนนิยมและโลกาภิวัตน์ ประเทศจีนกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ และชาวจีนพะเยาก็ค่อยๆกลับมากุมฐานะนำได้อีก ในระยะหลัง ในชั้นลูกหลานจึงมีการรื้อฟื้นอัตลักษณ์ความเป็นจีนขึ้นมาอย่างซับซ้อน ข้อมูลจากงานวิจัยของ สุนทร สุขสราญจิต...