นางเมืองพะเยา : โดย เกื้อพงษ์ ชัยดรุณ

528
ภาพแรก จารึกวัดดอนคราม(นางเมืองพะเยา)

ในประวัติศาสตร์หรือตำนานเมืองพะเยาแทบไม่ได้มีการกล่าวถึงบทบาทหรือความมีตัวตนของนางเมืองพะเยา ผู้ซึ่งมีฐานะอำนาจการปกครองเป็นเจ้าเมืองคนหนึ่งของพะเยาในยุคสมัยล้านนา ประวัติความเป็นมาของพระนางยังเป็นเรื่องปริศนาอยู่ มีเพียงหลักฐานจากจารึกหลักเดียวที่ยืนยันว่า พระนางมีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ คือ จารึกวัดดอนคราม พย. 2 พ.ศ. 2031 ซึ่งกล่าวถึง บทบาทของพระนางฐานะเป็นเจ้าเมืองพะเยา ช่วงปีพ.ศ. 2031 เมื่อครั้งพระมหาราชเทวี พระมารดาของพระญายอดเชียงราย กษัตริย์ล้านนาเชียงใหม่ ได้มีตราบคำ(สุพรรณบัตร)มาถึงนางเมืองพะเยาให้จัดหาคนมาเพื่อนำไปอุทิศถวายเป็นข้าวัดให้กับวัดดอนครามและทรงสั่งห้ามไม่ให้ผู้ใด(ข้าราชการ)มารบกวนหรือเอาข้าวัดเหล่านี้ไป

แม้ว่าจารึกหลักนี้จะกล่าวถึง บทบาทของนางเมืองพะเยาไม่มากนักแต่ประเด็นที่น่าสนใจคือ ผู้ที่เป็นนางเมืองพะเยาคือใคร? และเพราะเหตุใด?ถึงได้มาเป็นเจ้าเมืองพะเยา แนวทางการสันนิษฐานถ้าดูจากพระนางมาเป็นเจ้าเมืองพะเยาในปีพ.ศ. 2031หรืออาจจะก่อนหน้านั้นเล็กน้อย ซึ่งห่างจากพระญายุทธิษฐิระเป็นเจ้าเมืองพะเยาไม่นานนักเพราะดูจากหลักฐานจารึกวัดป่าเหียง พย. 5 พ.ศ. 2026 กล่าวถึง ลูกพระเป็นเจ้า(พระญายุทธิษฐิระ เจ้าสี่หมื่นพะเยา )มาดูการฝังฤกษ์ที่วัดป่าเหียงในปีพ.ศ. 2026 ดังนั้นเป็นไปได้ว่า นางเมืองพะเยาน่าจะมีความเกียวข้องกับพระญายุทธิษฐิระ ในฐานะเป็นมเหสีเจ้าเมือง ภายหลังเกิดเหตุการณ์เมื่อพระญายุทธิษฐิระถึงแก่พิราลัย ทางราชสำนักเชียงใหม่จึงได้แต่งตั้งมเหสีรักษาการแทนตำแหน่งเจ้าเมืองหรือนางเมืองพะเยาไปก่อนเพื่อรอการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเจ้าเมืองคนใหม่ซึ่งก็เป็นไปตามข้อเท็จจริง( จารึกวัดดงแล พย. 46 )เพราะ ในปีพ.ศ. 2033 ราชสำนักเชียงใหม่ได้แต่งตั้งปู่เลี้ยงพระญายอดเชียงรายมาเป็นเจ้าสี่หมื่นปกครองเมืองพะเยา

เรื่องราวของนางเมืองพะเยาเป็นเรื่องที่น่าสนใจและน่าศึกษาค้นคว้า อย่างยิ่ง แม้ว่าข้อมูลเกี่ยวกับพระนางจะมีไม่มากนัก แต่อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของเมืองพะเยายุคสมัยล้านนา เคยมีสตรีเป็นเจ้าเมืองมาแล้ว และอดไม่ได้ที่จะกล่าวถึงจารึกอีกหลักหนึ่งซึ่งค้นพบได้ที่อำเภอเชียงแสน จ.เชียงรายเมื่อไม่นานมานี้(ตามข่าวในfacebookของคุณอภิชิต ศิริชัย) ซึ่งปรากฏชื่อ นางเมืองเชียงแสน แต่เป็นที่น่าเสียดายจารึกหลักนี้แตกหักเสียหายพบเพียงแค่เศษเสี้ยวเล็กน้อยจึงไม่สามารถอ่านจับความได้ตลอด เนื้อหาข้อความมีดังนี้

ภาพที่สอง จารึกนางเมืองเชียงแสน อ้างถึง – หนังสือประชุมจารึกเมืองพะเยา – facebook Aphichit Sirichai

ด้านที่ 1บรรทัดที่ 1 ………. มหาราชเจ้า……… 2 ……….นางเมืองเชียงแสน……. 3 ……….(ปี)มะเส็งไทปีดับไส้เดือน……..

ด้านที่ 2บรรทัดที่ 1 ……….(อุ)โบสถนี้แลฝูงคนแล(เทวดา) 2 ……….อนุโมทนาด้วยบุญอันนี้เทิน

หมายเหตุ มหาราชเจ้า ในที่นี้น่าจะหมายถึง กษัตริย์เมืองเชียงใหม่ ซึ่งในจารึกวัดสุวรรณมหาวิหาร ลพ.9 พ.ศ. 1954 เมืองพะเยาก็พบว่า มีการใช้คำยกย่องกษัตริย์เมืองเชียงใหม่(พระญาสามฝั่งแกน)ว่า เจ้ามหาราช เช่นเดียวกัน

ขอบคูณภาพ Aphichit Sirichai