พะเยาทีวี : ก้าวต่อไปอย่างไรกับการพัฒนาที่ยั่งยืน

115

สรุปเวทีเสวนาวิชาการ พะเยาทีวี วันที่ 30 มีนาคม 2563 ณ ศาลาปฏิบัติธรรม วัดศรีโคมคำ

ผศ.ดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ : ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสื่อมวลชน

จุดแข็งของพะเยาทีวี คือทุนทางวัฒนธรรม ทุนชุมชน ทุนเครือข่าย/ภาคี ทั้งภายนอกและภายใน การสนับสนุนจากภาคนโยบาย คือ กสทช. และองค์กรต่าง ๆ  โดยเฉพาะการมีสถานที่ตั้งในวัด จึงทำให้สามารถสร้างผลงานเผยแพร่และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถขับเคลื่อนพร้อมกัน ทั้งด้านกิจกรรมและรายการที่มีรูปแบบเนื้อหาชุมชน มีการรับชมและยอมรับในคุณค่า สร้างประโยชน์ต่อพื้นที่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยหนุนให้พะเยาทีวีจะสามารถดำเนินการต่อไปได้ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม พะเยาทีวี คงต้องเปิดตัวเองให้มากขึ้น โดยการสร้างเพื่อน ได้แก่ 1.ขยายพื้นที่ในเขตรอบนอกพะเยาไปจังหวัดเชียงราย 2.การจัดระบบโครงสร้างบริหารจัดการที่ดี เพิ่มภาคีร่วมงาน กำหนดบทบาทหน้าที่ในการร่วมงาน  3.การออกแบบการผลิตรายการ ที่ผลิตและเสนอเนื้อหาตอบสนองหรือสะท้อนความต้องการของชุมชน 4.การจัดกิจกรรม การระดมทุน การสนับสนุนจากภายนอก 5.การเพิ่มช่องทางให้มากขึ้นจากเดิมแค่การสื่อสารในทางออนไลน์ โดยเสนอกับทาง กสทช. ไปสู่การทดลองทีวีชุมชนภาคพื้นดิน

ข้อท้าทายสำหรับพะเยาทีวี คือ ต้องสร้างต้นแบบทีวีชุมชนที่ทำได้ต่อเนื่อง ตามสภาพและวิถีชุมชน. โดยมีผลงานที่เป็นประโยชน์ มีคุณค่าและความสำคัญต่อชุมชน จึงจะได้รับการสนับสนุน ให้สื่อทีวีชุมชนเป็นสื่อของการสื่อสารสร้างความสุข ความเข้มแข็ง ปกป้องสิทธิ และสร้างความเท่าทันข้อมูลข่าวสารให้แก่ชุมชน

ผศ.ดร.ภัทรา บุรารักษ์ : สาขาสื่อสารสื่อใหม่ มหาวิทยาลัยพะเยา

องค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้ทีวีชุมชนเกิดขึ้นและมีความยั่งยืนได้  คือ  1. ด้านนโยบายความชัดเจนของภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การให้ใบอนุญาตชุมชน การสนับสนุนทุนดำเนินการแก่ชุมชน  การผ่อนคลายกฎระเบียบต่าง ๆ ในทางปฏิบัติ 2.องค์กร/กลุ่มคนในชุมชนที่รวมตัวกันเพื่อเป็นผู้ประกอบการทีวีชุมชน ได้แก่ มูลนิธิ สมาคมฯ กรรมการบริหาร สภาผู้ชมฯ อาสาสมัคร ผู้ผลิตรายการ และเครือข่าย เพื่อจะเชื่อมต่อความเป็นเจ้าของร่วมกัน และมีระบบบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดเนื้อหาตอบสนองความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง  3.ช่องทางเผยแพร่สื่อสาร  ซึ่งต้องมีความหลากหลายทั้งทางออนไลน์ และภาคพื้นดิน เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงสื่อของประชาชนในพื้นที่ ถ้าไม่มีองค์ประกอบเหล่านี้ ก็ไม่สามารถทำให้ทีวีชุมชนเกิดขึ้นได้

โจทย์ที่ท้าทายในวันนี้ คือ พะเยาทีวีได้ทดลองทำมาในระดับหนึ่งเพื่อให้สื่อมาอยู่ในมือของประชาชน และเมื่อมันมาอยู่ในมือของประชาชนแล้ว ประชาชนจะทำอย่างไรต่อไป

ผศ.ดร.เสริมศิริ นิลดำ : คณบดี คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

สื่อในทุกวันนี้มีหลากหลาย สังคมเลือกรับรู้ได้ในหลายๆ ช่องทาง ดังนั้นพะเยาทีวี ต้องมีกำลังใจในการทำงาน มีเป้าหมายเป็นผู้นำเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง ไม่ควรกังวลต่อจำนวนผู้ชม แต่ให้คำนึงเสมอว่า สิ่งที่เรานำเสนอมีผลกระทบต่อสังคมอย่างไร

สื่อที่มีพลัง ไม่จำเป็นต้องมีพลังในเรื่องใหญ่ๆ เพียงทำจุดเล็ก ๆ ที่สร้างความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนักอย่างแท้จริง

ต่อประเด็นเรื่องทุนในการดำเนินงานสื่อชุมชนในพื้นที่จะพบว่าไม่ได้รับการสนับสนุน ทำให้ไม่สามารถทำงานอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นพะเยาทีวีควรหาแนวทางในด้านอื่น ๆ ด้วย เช่น การจัดทำโครงการผลิตสื่อที่สอดคล้องกับแผนงานหรืองบพัฒนาจังหวัด  ท้องถิ่น  องค์กร/เครือข่าย เพื่อช่วยขับเคลื่อนการแก้ปัญหาของชุมชนและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์งานของจังหวัดด้วย

คุณชาญณรงค์  วงศ์ไชย : กองทุนพัฒนาสื่อพัฒนาปลอดภัยและสร้างสรรค์

พะเยาทีวี ก่อตั้งด้วยทุนบุคคลและเครือข่าย ที่มีความรักท้องถิ่น อยากเห็นเมืองพะเยามีการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต  อย่างไรก็ตามพะเยาทีวีต้องมีระบบบริหารจัดการเครือข่ายเหล่านี้ให้ดี โดยเฉพาะการสนับสนุนเนื้อหาในเชิงประเด็นที่มาจากเครือข่าย อีกทุนหนึ่ง คือ ทุนวัฒนธรรมหรือทุนศรัทธา ซึ่งพะเยาทีวีมีความได้เปรียบในเรื่องสถานที่ที่ตั้งในวัด แต่จะเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างสถานที่วัด และเครือข่ายอาสาสมัคร  ให้เกิดพลังศรัทธาอย่างไร  สุดท้าย คือ ทุนเงิน ที่มาจากการระดมทุนบริจาค และมาจากความร่วมมือกับเครือข่ายในการยกระดับการพัฒนาด้านเนื้อหา เช่น ด้านสุขภาพ กับ สสส. ด้านการผลิตสื่อชุมชน กับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์  และด้านนโยบายให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านโทรทัศน์ชุมชน กับ กทปส/กสทช.

….ประเด็นสำคัญ พะเยาทีวีคงทำงานเหมือนเดิม แต่ปรับการนำเสนอให้แหลมคมมากขึ้น

คุณอรศรี ศรีระษา : ตัวแทน สำนักงาน กสทช.

 จากการศึกษาของ กสทช. และ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) พบว่า พะเยาทีวี มีผู้ติดตามกว่าแสนคนในจำนวนประชากรกว่าสี่แสนคน ถือว่าเกิน 10% ของคนในพื้นที่ มากไปกว่านั้นในด้านเนื้อหาก็มีความครบถ้วนตามรูปแบบเนื้อหาที่ กสทช. กำหนดหลากหลายด้าน เช่น ด้านส่งเสริมสุขภาพ ด้านการประชาสัมพันธ์นโยบายภาครัฐและส่งเสริมประชาธิปไตย ด้านศิลปวัฒนธรรม ที่สำคัญ คือ การมีส่วนร่วม ซึ่งทีวีชุมชนจะต่างจากทีวีสาธารณะอื่น ๆ คือ การทำให้ชุมชนมาร่วมเป็นเจ้าของ บริหารและดำเนินการโดยชุมชน ซึ่งพะเยาทีวีได้ทำกระบวนการด้านนี้อย่างต่อเนื่อง สามารถตอบสนองความต้องการของชุมชนในเชิงประจักษ์พอสมควร

สำหรับการพัฒนาไปสู่ความยั่งยืน มี 4 เรื่องหลัก ดังนี้ 1. การบริหารจัดการ  ซึ่งทีวีชุมชนต้องมีทุนดำเนินการ จะอยู่ได้ไม่แค่มีใจอย่างเดียว ต้องมีการจัดการที่ชัดเจนโดยเฉพาะโครงสร้างการบริหารงาน รวมทั้งการดูแลอาสาสมัคร การสร้างเครือข่ายสถาบันการศึกษาและหน่วยงานภาครัฐ 2.การหารายได้ ซึ่ง กสทช.สนับสนุนได้ในระดับหนึ่ง คือ ประมาณ 50% ที่เหลือชุมชนต้องหาเอง ในระเบียบกำลังคิดร่วมกับท้องถิ่นว่าจะสามารถอุดหนุนได้อย่างไร ส่วน 3 และ 4 คือ การสร้างการมีส่วนร่วม ดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นเจ้าของ  และขยายพื้นที่การให้บริการในเขตพื้นที่ตามที่ กสทช, กำหนด เช่น พะเยาทีวี ต้องให้บริการในจังหวัดเชียงรายและพะเยา และในส่วน กสทช. ยังจะให้การสนับสนุนการพัฒนาโทรทัศน์ชุมชน เช่น ด้านสตูดิโอเคลื่อนที่และศูนย์เรียนรู้สื่อชุมชน ต่อไป

 สิ่งที่พะเยาทีวีและคนพะเยาร่วมมือกันทำในช่วงที่ผ่านมา นอกจากจะตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแล้ว ยังก้าวหน้าไปยังประเทศอื่น ๆ โดยสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ภายใต้องค์กรสหประชาชาติ ได้นำเอาตัวอย่างการทำงานของโทรทัศน์ชุมชน “พะเยาทีวี” ไปเขียนเป็นหนังสือและเผยแพร่ทั่วโลก ซึ่งตัวอย่างในพะเยาทีวี ไม่ได้สร้างประโยชน์ในพื้นที่ประเทศไทยเท่านั้น แต่ขยายไปเป็นโมเดลแก่ต่างประเทศทั่วโลกด้วย ที่น่าสนใจ รัฐมนตรีของประเทศโซโลมอนไอร์แลนด์ (เป็นประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้) ที่มีประชากรสี่แสนกว่าคนเท่ากับจังหวัดพะเยา  เกิดแรงบันดาลใจที่จะทำโทรทัศน์ที่มีสตูดิโอขนาดเล็กแบบนี้เพื่อตอบสนองคนในประเทศด้วย

สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ภายใต้องค์กรสหประชาชาติ ได้นำเอาตัวอย่างการทำงานของโทรทัศน์ชุมชน “พะเยาทีวี” ไปเขียนเป็นหนังสือและเผยแพร่ทั่วโลก ซึ่งตัวอย่างในพะเยาทีวี ไม่ได้สร้างประโยชน์ในพื้นที่ประเทศไทยเท่านั้น แต่ขยายไปเป็นโมเดลแก่ต่างประเทศทั่วโลกด้วย