มท.2 ชี้ค้ามนุษย์และค้าประเวณีพื้นที่ชายแดนโทษหนัก

90

#เชียงราย มท.2 ระบุรัฐจะผลักดันกฎหมายและบังคับใช้อย่างเข้มงวด ปกป้องกลุ่มเสี่ยงจากค้ามนุษย์และค้าประเวณีพื้นทีชายแดน

วันนี้ ( 15 พ.ย. 2563 ) นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ( มท.2 ) ได้ ให้สัมภาษณ์กับทีม “ มดข่าว “ พะเยาทีวี ในโอกาสการทำบุญครบรอบ 30ปี “ศูนย์พัฒนาการศึกษาเพื่อลูกหญิงและชุมชน “ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ต่อกรณีในการให้ความช่วยเหลือกลุ่มครอบครัว / เยาวชน ที่ยังไม่ได้สัญชาติ กลุ่มที่ตกสำรวจ หรือแม้กระทั่งกลุ่มเยาวชนจากประเทศเพื่อนบ้านที่มาศัยศูนย์ลูกหญิงฯ เพื่อที่จะเรียนหนังสือและทักษะวิชาชีพอื่นๆได้อย่างสะดวก เนื่องจากติดขัดด้านข้อกฎหมายในการเข้าแดนหรือการอาศัยในพื้นที่ชายแดนด้านอำเภอแม่สาย

นายนิพนธ์ ได้เปิดเผยว่า ทางรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนทางการศึกษาให้กับบุคคลดังกล่าวให้ได้รับการศึกษา ไม่เฉพาะแต่พื้นที่ชายแดนเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงกลุ่มเยาวชนที่ไปอยู่ในโรงงานหรือสถานประกอบ รวมไปถึงกลุ่มเปราะบาง กลุ่มเสี่ยงต่างๆ ได้มีมีโอกาสในการเรียนอย่างเท่าเทียมให้ได้มากที่สุด และกรณีนักเรียนในศูนย์ลูกหญิงฯ ที่อยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ไม่สามารถเข้ามาเรียนที่ศูนย์ได้ อยากให้ส่วนที่เกี่ยวข้องสอนแบบออนไลน์เพื่อแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นไปก่อน เนื่องจากช่วงนี้เป็นการแพร่ระบาดของโควิด 19 คงต้องปฏิบัติตามข้อปฏิบัติของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ นิพนธ์ ยังได้ กล่าวว่า “ศูนย์พัฒนาการศึกษาเพื่อลูกหญิงและชุมชน “ ถือได้ว่าเป็นศูนย์ที่ช่วยเหลือรัฐบาลในการดูแลกลุ่มคนที่มีความอ่อนแอให้มีประสิทธิภาพ ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะเด็กเยาวชนในพื้นที่ชายแดนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงในการถูกล่อลวงและการค้ามนุษย์ในเด็กและเยาวชน ล้วนเป็นภัยคุกคามต่อสวัสดิภาพของเด็กเยาวชน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีความอ่อนแอที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ จึงต้องมีความตื่นตัว
ในการผลักดันกฎหมายและมีการใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดมากขึ้น เพื่อคุ้มครองกลุ่มเปราะบางที่ต้องดูแลอย่างเป็นพิเศษ สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่คือมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนได้เข้าถึงการศึกษา สิทธิการรักษาพยาบาลให้ได้มากที่สุด พร้อมผลักดันมาตรการคุ้มครองเด็กจากการถูกล่วงละเมิด หรืออันตรายอื่น ๆ โดยเพิ่มมาตรการป้องกันอย่างมี

ประวัติความเป็นมาและการก่อตั้งศูนย์ศูนย์พัฒนาการศึกษาเพื่อลูกหญิงและชุมชน หรือ “ ศูนย์ลูกหญิง” ก่อตั้งขึ้นในปี 2532 โดยการนำผลการศึกษาวิจัยข้อมูล ของ คุณสมภพ จันทรากา เรื่อง สถานการณ์ของเด็กผู้หญิง ที่ถูกผลักดันเข้าสู่ธุรกิจการบริการทางเพศในเขตพื้นที่หาดใหญ่ ผลการศึกษาวิจัยพบว่า เด็กหญิง ที่ขายบริการทางเพศส่วนใหญ่มาจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย คุณสมภพ และ คุณคุณมิชิโฮะ อินากากิ เพื่อนนักเขียนชาวญี่ปุ่น จึงได้ร่วมกันจัดทำ “ โครงการกองทุนการศึกษาเพื่อลูกหญิง” ขึ้น โดยการช่วยเหลือเด็กหญิงกลุ่มแรกจำนวน 19 คน ซึ่งได้รับการหนุนช่วยงบประมาณก้อนแรก รวมถึงการช่วยเหลือด้านการระดมทุนจาก คุณมิชิโฮะ และต่อมาภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ ศูนย์พัฒนาการศึกษาเพื่อลูกหญิงและชุมชน” โดยมีแนวคิดการดำเนินงาน ในการสร้างเครือข่าย และกระบวนการป้องกันเด็กกลุ่มเสี่ยง ที่จะตกเป็นเหยื่อ ให้รอดพ้นจากวิกฤต ของชีวิตโดยการ ส่งเสริมการศึกษา ในสายสามัญ สายอาชีพทั้งในและนอกระบบ ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต จิตสำนึก และความรับผิดชอบ ต่อสังคม


โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเด็ก-เยาวชน ซึ่งอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อของกระบวนการค้าประเวณีเด็ก และ การเอาเปรียบทางเพศ ต่อเด็กทุกรูปแบบพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิต คุณค่าความเป็นมนุษย์ และการมีจิคสำนึก รับผิดชอบต่อชีวิตและสังคม เพื่อส่งเสริมให้เด็ก-เยาวชน ช่วยเหลือตัวเองได้ และช่วยเหลือผู้อื่นในสังคมได้ด้วย โดยผ่านกระบวนการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมทุกขั้นตอนเพื่อพิทักษ์ ปกป้องคุ้มครอง และให้ความช่วยเหลือ บำบัด ฟื้นฟู เด็ก-หญิงที่ตกเป็นเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจากการถูกละเมิดสิทธิในด้านต่าง ๆ การถูกกระทำทารุณกรรมหรือความรุนแรง และตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ เพื่อส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตและศักยภาพ ชุมชน ในการป้องกัน ปกป้องคุ้มครอง เด็ก-เยาวชนที่ตกเป็นเหยื่อและกลุ่มเสี่ยง ประสานความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และกลุ่มพลังต่างๆ เพื่อรณรงค์สู่ระดับนโยบายของรัฐในการปกป้อง คุ้มครองสิทธิเด็ก รวมทั้งหามาตราการทางด้านกฏหมาย ในการดำเนินคดีกับผู้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด เกี่ยวกับเด็ก