Dream Phayao-ChiangRai

Dream Phayao-ChiangRaiPost Covid-19

มองเมืองเหนือ ในทุกมุม เศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรม ของพี่น้องลุ่มน้ำโขงตอนบน

เมืองโบราณ”เวียงลอ”

-

เมืองโบราณ”เวียงลอ”

โดย เกื้อพงษ์ ชัยดรุณ

ภาพที่ 1 แผนที่เมืองลอ

อดีตเวียงลอเคยเป็นเมืองเก่าแก่โบราณที่สำคัญเมืองหนึ่งในยุคสมัยของอาณาจักรล้านนาช่วงราวพุทธศตวรรษที่ 20-21 ปัจจุบันที่ตั้งของเมืองอยู่ในเขตพื้นที่ต.ลอและต.หงส์หิน อ.จุน จ.พะเยา ลักษณะผังเมืองไม่สม่ำเสมอ มีแม่น้ำอิงไหลผ่านกลางเมืองคล้ายกับเมืองอกแตก สาเหตุเป็นเพราะว่าแม่น้ำอิงมีการเปลี่ยนทางเดินสายน้ำ จากเดิมที่ไหลอ้อมเมืองไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง แต่แม่น้ำกลับเปลี่ยนกระแสไหลเข้าผ่านกลางเมือง ทำให้เมืองลอถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ เมืองลอบริเวณฝั่งใต้ของแม่น้ำอิง(ใหม่)กับเมืองลอบริเวณฝั่งเหนือของแม่น้ำอิง(ใหม่) ขนาดของเมืองรวมกันความกว้างประมาณ 750 เมตร ยาว 1,250 เมตร มีร่องรอยแนวกำแพงเมืองและคูเมืองล้อมรอบหลายชั้น ส่วนใหญ่สภาพถูกทำลายและเสื่อมโทรมไปตามธรรมชาติ โดยเฉพาะบริเวณแนวกำแพงเมืองด้านทิศเหนือซึ่งเป็นตำแหน่งใกล้กับแนวแม่น้ำอิงสายเก่า จะเห็นว่า พบแนวคันเนินดินหลายชั้น นอกจากจะใช้ป้องกันข้าศึกแล้วยังอาจใช้เป็นแนวป้องกันหรือเป็นพนังกั้นน้ำไม่ให้ไหลบ่าเข้าสู่ตัวเมือง จากการขุดค้นทางโบราณคดีบริเวณแนวกำแพงเมืองและคูเมือง เมื่อปีพ.ศ. 2547 พบว่า แนวกำแพงเมืองมีการสร้างทับซ้อนกันอย่างน้อย 2 สมัยและแนวดินชั้นวัฒนธรรมระดับล่างก่อนจะมีการสร้างกำแพงเมือง พบหลุมฝังศพของมนุษย์ยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์หลายหลุมซึ่งมีวัตถุโบราณประเภทข้าวของเครื่องใช้และเครื่องประดับต่างๆซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญยืนยันว่า บริเวณเมืองลอในอดีตก่อนจะเป็นบ้านเป็นเมืองขึ้นมา เคยเป็นถิ่นอาศัยของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์มาก่อน

ภาพที่ 2 ภายในตัวเมืองลอ

ประวัติศาสตร์”เวียงลอ” ตั้งแต่ยุคของการเริ่มสร้างบ้านแปงเมือง เรายังไม่พบหลักฐานปรากฏแน่ชัดว่า เริ่มตั้งแต่ในยุคสมัยใด พบแต่เพียงหลักฐานในตำนานเท่านั้นว่า ครั้งสมัยขุนจอมธรรมสร้างเมืองพะเยา เวียงลอ เป็นหนึ่งใน 36 พันนาของเมืองพะเยาและต่อมาสมัยพญาเจืองหรือขุนเจืองราวพุทธศตวรรษที่ 17 ได้เกณฑ์ไพร่พลจากเมืองลอไปรบกับทัพพวกแกว ขณะนั้นได้ยกทัพมาตีเมืองเชียงแสน อย่างไรก็ตามยุคประวัติศาสตร์ของเมืองลอ เริ่มชัดเจนเมื่อพญาคำฟูสามารถผนวกเอาเมืองพะเยาเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนาเมื่อปีพ.ศ. 1881และเมืองลอซึ่งเป็นเมืองบริวารของเมืองพะเยาก็ถูกผนวกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนาเช่นเดียวกัน

ในสมัยพระเจ้าติโลกราช พระองค์ได้ยกกองทัพไปยึดเมืองน่าน ในระหว่างเส้นทางเดินทัพได้ตีเมืองลอ เมืองปง เมืองควรแล้วเข้าเขตน่านโดยได้เกณฑ์ไพร่พลจากเมืองลอเข้าร่วมรบ ภายหลังได้ทรงแต่งตั้งหมื่นยี่ลอมาเป็นเจ้าเมืองลอ ยุคแห่งความเจริญรุ่งเรืองของเมืองลอเริ่มตั้งแต่สมัยพระเจ้าติโลกราชเป็นต้นมาจนถึงสมัยพระเมืองแก้ว ซึ่งมีการสร้างวัดอารามต่างๆมากมายในตัวเมืองลอ จะเห็นได้จากหลักฐานทางโบราณคดีที่ค้นพบไม่ว่าจะเป็นโบราณสถานต่างๆมีอยู่จำนวนมาก อายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21 เป็นส่วนใหญ่ จากการสำรวจเมื่อปีพ.ศ. 2500 พบวัดร้างในบริเวณเมืองลอไม่ต่ำกว่า 70 วัด การพบวัดร้างจำนวนมากในเมืองลอแสดงให้เห็นถึง ความเจริญรุ่งเรืองทางพุทธศาสนาและความมั่งคั่งหรือความอุดมสมบูรณ์ที่มีอยู่จนสามารถจะทำนุบำรุงพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองได้

ภาพที่ 3 วัดศรีชุมในตัวเมืองลอซึ่งเป็นวัดเก่าแก่โบราณ มีชื่อวัดปรากฏอยู่ในจารึกของเวียงลอ(จารึกเจ้าหมื่นลอมงคล พย.28 พ.ศ. 2043)

ในช่วงเวลายุคสมัยล้านนาถูกพม่ายึดครอง พม่าให้เมืองลอขึ้นอยู่ในเขตการปกครองของเมืองพะเยาเพื่อที่จะสะดวกในการควบคุม ช่วงปีพ.ศ. 2186 พม่าให้เจ้าเมืองลอมีฐานะเทียบเท่ากับเจ้าเมืองสาด และช่วงสงครามคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เมื่อพ.ศ. 2310 เมืองลอได้ถูกพม่าเกณฑ์ไพร่พลจำนวนมากไปรบกับกรุงศรีอยุธยา กระทั่งปีพ.ศ. 2322 สมัยพระเจ้าตากสินมหาราช แห่งกรุงธนบุรี ทรงโปรดฯให้พระยากาวิละยกทัพไปตีเมืองลอเพื่อยึดคืนมาจากพม่า อย่างไรก็ตามยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่า เมืองลอ ตกเป็นเมืองร้างไปในช่วงปีพ.ศ.ใดแต่พอจะอนุมานได้ว่าน่าจะใกล้เคียงกับเมืองพะเยาที่ตกเป็นเมืองร้างไปในช่วงต้นยุครัตนโกสินทร์สมัยรัชกาลที่ 1และได้รับการฟื้นเมืองอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 3 ราวพ.ศ. 2386 (มีต่อ)

ข้อมูลอ้างอิง: – รายงานการขุดค้นทางโบราณคดีคูเมือง-กำแพงเมือง เวียงลอ สำนักศิลปากรที่ 7 น่าน พ.ศ. 2547

– ประวัติศาสตร์เมืองพะเยา,พระอุบาลีคุณูปมาจารย์

ข้อมูลภาพ: ภาพที่ 1 แผนที่เมืองลอ

ภาพที่ 2 ภายในตัวเมืองลอ

ภาพที่ 3 วัดศรีชุมในตัวเมืองลอซึ่งเป็นวัดเก่าแก่โบราณ มีชื่อวัดปรากฏอยู่ในจารึกของเวียงลอ(จารึกเจ้าหมื่นลอมงคล พย.28 พ.ศ. 2043)

เรื่องน่าสนใจ